กาแฟ Cold Brew vs Nitro แตกต่างกันอย่างไร แล้วกาแฟแบบไหนเหมาะกับคุณ

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มีวิธีการชงที่หลากหลายซึ่งให้รสชาติและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ในบรรดาวิธีการชงที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน กาแฟ Cold Brew และ กาแฟ Nitro ถือเป็นสองตัวเลือกที่ถูกพูดถึงกันมาก แต่ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่า กาแฟ Cold Brew vs Nitro นั้นแตกต่างกันอย่างไร? บทความนี้จะช่วยให้หลายคนเข้าใจความแตกต่างของกาแฟทั้งสองชนิดกันค่ะ ตั้งแต่กระบวนการชง รสชาติ ไปจนถึงเมนูยอดนิยมที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ตามมาอ่านต่อกันเลยค่ะ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- กาแฟ Cold Brew คืออะไร
- กาแฟ Nitro คืออะไร
- ความแตกต่างระหว่างกาแฟ Cold Brew vs Nitro
- เมนู Cold Brew ที่กำลังฮิต
- กาแฟแบบไหนเหมาะกับคุณ
- บทสรุป
1. กาแฟ Cold Brew คืออะไร
Cold Brew เป็นกาแฟที่สกัดโดยใช้น้ำเย็นหรืออุณหภูมิห้อง ผ่านระยะเวลาการชงที่ยาวนานกว่ากาแฟร้อนทั่วไป โดยทั่วไปแล้วการทำ Cold Brew ใช้เวลาตั้งแต่ 12-24 ชั่วโมง เพื่อดึงรสชาติออกมาได้อย่างเต็มที่ กาแฟที่ได้จึงมีรสชาติที่นุ่มนวล ไม่มีรสเปรี้ยวหรือขมจากความร้อน
กระบวนการชง Cold Brew:
- ใช้เมล็ดกาแฟบดหยาบ
- แช่ในน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน
- กรองเอากากกาแฟออกก่อนดื่ม
รสชาติของ Cold Brew:
- นุ่มนวลและกลมกล่อม
- มีความหวานตามธรรมชาติจากกระบวนการสกัดที่ยาวนาน
- มีความเป็นกรดต่ำกว่ากาแฟร้อน
2. กาแฟ Nitro คืออะไร

Nitro Coffee เป็นกาแฟ Cold Brew ที่ถูกอัดแก๊สไนโตรเจนเข้าไป ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและฟองละเอียดคล้ายเบียร์สด ความพิเศษของ Nitro คือฟองครีมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ทำให้รสชาติของกาแฟนี้แตกต่างจากกาแฟปกติอย่างเห็นได้ชัด
กระบวนการชง Nitro Coffee:
- เริ่มจากการทำ Cold Brew
- เติมไนโตรเจนเข้าไปในกาแฟ
- เสิร์ฟผ่านหัวจ่ายพิเศษที่ทำให้เกิดฟองเนียนละเอียด
รสชาติของ Nitro Coffee:
- นุ่มและครีมมี่กว่ากาแฟทั่วไป
- มีความหวานโดยธรรมชาติ ไม่ต้องเติมน้ำตาล
- ไม่มีกรดและความขมที่มักพบในกาแฟร้อน
3. ความแตกต่างระหว่าง กาแฟ Cold Brew vs Nitro
แม้ว่ากาแฟ Nitro จะเป็น Cold Brew ประเภทหนึ่ง แต่ก็มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในหลาย ๆ ด้าน

คุณสมบัติ | Cold Brew | Nitro Coffee |
วิธีการทำ | แช่เมล็ดกาแฟในน้ำเย็น 12-24 ชั่วโมง | ใช้ Cold Brew แล้วอัดไนโตรเจน |
เนื้อสัมผัส | เนียนนุ่มแต่ยังคงเป็นของเหลวปกติ | เนียนนุ่มและมีฟองคล้ายเบียร์สด |
รสชาติ | หวานตามธรรมชาติ กรดต่ำ | ครีมมี่และนุ่มกว่า มีความหวานมากขึ้น |
การเสิร์ฟ | สามารถดื่มแบบเย็นหรือผสมนม | ต้องเสิร์ฟจากก๊อกพิเศษเพื่อให้เกิดฟอง |
4. เมนู Cold Brew ที่กำลังฮิต
ปัจจุบันกาแฟ Cold Brew ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในร้านกาแฟที่มีการคิดค้นเมนูใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้ดื่ม นี่คือเมนูที่กำลังฮิต:
- Classic Cold Brew – กาแฟ Cold Brew แบบดั้งเดิมที่ไม่มีส่วนผสมเพิ่มเติม
- Cold Brew Latte – นำ Cold Brew มาผสมกับนมสดหรือนมทางเลือก
- Cold Brew Tonic – ผสม Cold Brew กับโทนิกวอเตอร์ ให้ความสดชื่นคล้ายค็อกเทล
- Vanilla Sweet Cream Cold Brew – ผสม Cold Brew กับครีมวานิลลา เพิ่มความหอมหวาน
- Chocolate Cold Brew – เพิ่มช็อกโกแลตหรือโกโก้ลงไปเพื่อรสชาติที่เข้มข้นขึ้น
5. กาแฟแบบไหนเหมาะกับคุณ

หากใครที่ยังลังเลว่าควรเลือกดื่มกาแฟแบบไหน Cold Brew หรือ Nitro Coffee ลองพิจารณาจากไลฟ์สไตล์และรสนิยมของคุณได้เลยค่ะ
- ถ้าคุณชอบกาแฟที่เรียบง่าย ดื่มง่าย ไม่ขม ไม่เปรี้ยว → เลือก Cold Brew
- ถ้าคุณต้องการสัมผัสที่แตกต่างและเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่ → เลือก Nitro Coffee
- ถ้าคุณชอบกาแฟที่สามารถปรับแต่งรสชาติได้ง่าย → Cold Brew อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะสามารถเติมนมหรือน้ำเชื่อมได้
- ถ้าคุณต้องการประสบการณ์ใหม่ในการดื่มกาแฟ → Nitro Coffee เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
บทสรุป กาแฟ Cold Brew vs Nitro แตกต่างกันอย่างไร
กาแฟ Cold Brew vs Nitro แตกต่างกันอย่างไร? คำตอบก็คือ Cold Brew เป็นกาแฟที่ชงด้วยการแช่เมล็ดกาแฟในน้ำเย็นเป็นเวลานาน ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มและมีความหวานตามธรรมชาติ ในขณะที่ Nitro Coffee เป็น Cold Brew ที่ถูกเติมไนโตรเจน ทำให้มีฟองเนียนและเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่
หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบกาแฟเย็นและต้องการลองอะไรใหม่ ๆ ทั้งสองตัวเลือกนี้สามารถมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน Cold Brew เหมาะกับคนที่ต้องการรสชาติเรียบง่าย ในขณะที่ Nitro Coffee เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสที่หรูหราและพิเศษกว่าเดิม ซึ่งไม่ว่าจะเลือกดื่มกาแฟแบบไหน ลองสั่งเมนูที่เหมาะกับตัวเอง แล้วคุณจะได้ค้นพบรสชาติที่ใช่สำหรับคุณแน่นอนค่ะ